หลายคนเห็น Night Guard กับ รีเทนเนอร์ใส แล้วรู้สึกว่า “หน้าตาก็เป็นพลาสติกใสครอบฟันเหมือนกัน แล้วใช้แทนกันไม่ได้เหรอ?”
คำตอบสั้น ๆ ของผมคือ ไม่ควรถือว่าใช้แทนกันได้ครับ
เพราะแม้จะมีรูปร่างคล้ายกัน แต่รีเทนเนอร์ใสกับ Night Guard ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ “คนละปัญหา”
รีเทนเนอร์ใส มีหน้าที่หลักในการช่วยคงตำแหน่งฟันหลังจัดฟัน
ส่วน
Night Guard หรือเฝือกสบฟัน มีหน้าที่หลักในการช่วยปกป้องฟันและชิ้นงานทางทันตกรรมจากผลกระทบของแรงกัดหรือแรงขบฟัน
ดังนั้น ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ จัดฟันเสร็จแล้ว แต่มีปัญหานอนกัดฟันด้วย สิ่งที่ต้องคิดไม่ใช่แค่ว่า “จะเลือกชิ้นไหนดี” แต่ควรดูว่าเราจะดูแลทั้ง ตำแหน่งฟัน และ แรงจากการกัดฟัน ไปพร้อมกันอย่างไร
ก่อนอื่น Night Guard คืออะไร?
Night Guard หรือที่เรียกว่า เฝือกสบฟัน, Occlusal Splint, Bite Guard หรือ Bruxism Splint เป็นอุปกรณ์ที่ครอบฟันและทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างฟันบนกับฟันล่าง
เวลาที่เรากัดหรือขบฟัน ฟันจึงไม่ได้เสียดสีกันโดยตรงทั้งหมด
ในคนที่มีแรงกัดมาก Night Guard ยังช่วยให้แรงที่เกิดขึ้นไปลงบนตัวเครื่องมือแทนที่จะกระทำกับผิวฟันหรือวัสดุบูรณะโดยตรงเพียงอย่างเดียว
จุดนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะในคนที่มี ฟันสึก ฟันบิ่น ครอบฟัน วีเนียร์ สะพานฟัน หรือรากฟันเทียม เพราะสิ่งที่ผมสนใจไม่ได้มีเพียงว่า “เครื่องมือจะทนไหม” แต่ต้องมองว่าระบบการสบฟันทั้งหมดรับแรงอย่างไร
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้เข้าใจให้ตรงกันก่อนครับ
Night Guard ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้อาการนอนกัดฟันหายไป
หลักฐานทางวิชาการปัจจุบันสนับสนุนบทบาทของ Occlusal Splint ในด้านการปกป้องฟันและการจัดการผลกระทบทางกลได้ชัดกว่าการบอกว่าเครื่องมือสามารถกำจัดสาเหตุของ Bruxism ได้ และผลต่ออาการปวดขากรรไกรหรือ TMD ก็อาจแตกต่างกันในแต่ละคน
แล้วรีเทนเนอร์ใสทำหน้าที่อะไร?
รีเทนเนอร์ใสหรือ Clear Retainer / Vacuum-Formed Retainer มีวัตถุประสงค์หลักอีกแบบหนึ่ง
หลังจากจัดฟันเสร็จ ฟันยังมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนกลับจากตำแหน่งที่จัดไว้ได้ รีเทนเนอร์จึงถูกออกแบบให้แนบกับผิวฟัน เพื่อช่วยประคองฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ
พูดง่าย ๆ คือ รีเทนเนอร์สนใจเรื่อง “ฟันอยู่ตรงไหน”
ส่วน Night Guard สนใจเรื่อง “ฟันกำลังรับแรงอย่างไร”
ตรงนี้คือหัวใจของเรื่องทั้งหมดครับ
Night Guard กับรีเทนเนอร์ใส ต่างกันตรงไหน?
| เรื่องที่เปรียบเทียบ | รีเทนเนอร์ใส | Night Guard |
|---|---|---|
| หน้าที่หลัก | ช่วยคงตำแหน่งฟันหลังจัดฟัน | ช่วยปกป้องฟันจากผลกระทบของแรงกัด/ขบฟัน |
| สิ่งที่ออกแบบให้ควบคุม | ตำแหน่งของฟัน | การรับและการสัมผัสของแรงสบฟัน |
| ลักษณะเครื่องมือ | บางและแนบกับฟัน | ความหนาและรูปแบบแตกต่างตามการออกแบบ |
| การสบฟัน | ไม่ได้ออกแบบเพื่อสร้าง Occlusal Plane เป็นหลัก | บางชนิดสามารถออกแบบและปรับจุดสบได้ |
| ใช้แทนกันได้หรือไม่ | ไม่ควรถือว่าแทน Night Guard ได้ | ไม่ควรถือว่าแทนรีเทนเนอร์ได้ |
ถ้าให้ผมสรุปให้จำง่ายที่สุด:
Retainer = Position
Night Guard = Protection / Occlusion
ถ้านอนกัดฟัน ใช้รีเทนเนอร์ใสไปก่อนพอไหม?
นี่เป็นคำถามที่สำคัญครับ
รีเทนเนอร์บางชนิดอาจมีความแข็งแรงพอสมควร แต่เหตุผลที่เราทำรีเทนเนอร์ไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า
“มันจะรับแรงกัดได้มากแค่ไหน?”
เราเริ่มจากคำถามว่า
“มันสามารถช่วยรักษาตำแหน่งฟันได้เหมาะสมหรือไม่?”
เมื่อเอาเครื่องมือที่ค่อนข้างบางและถูกออกแบบให้แนบกับฟันไปเจอกับแรงกัดหรือแรงเฉือนซ้ำ ๆ โดยเฉพาะในคนที่ Bruxism ค่อนข้างมาก เราอาจเห็นรีเทนเนอร์เกิดรอยสึก รอยแตก รูทะลุ หรือเสียรูปเร็วขึ้นได้
ถ้ารีเทนเนอร์ของคุณ มักแตกหรือทะลุบริเวณเดิมซ้ำ ๆ ผมมองว่าสิ่งที่ควรถามไม่ใช่เพียง
“ทำรีเทนเนอร์ใหม่ราคาเท่าไร?”
แต่ควรถามต่อว่า
“ทำไมมันถึงเสียตรงนี้ซ้ำ?”
เพราะบางครั้งสิ่งที่เครื่องมือกำลังบอกเราอาจเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งและแรงที่เกิดขึ้นในระบบสบฟัน
Night Guard ก็ไม่ควรเอามาใช้แทนรีเทนเนอร์เองเช่นกัน
กลับกัน ถ้าคนไข้จัดฟันเสร็จแล้วมี Night Guard อยู่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดรีเทนเนอร์แล้วใส่ Night Guard แทนได้ทันที
Night Guard หลายรูปแบบทำเพียงขากรรไกรเดียว และไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการควบคุมตำแหน่งของฟันทุกซี่แบบเดียวกับรีเทนเนอร์หลังจัดฟัน
ดังนั้นถ้าหยุด Retention โดยไม่ได้วางแผน ฟันบางซี่อาจเคลื่อนตำแหน่งได้
ยิ่งในช่วงหลังจัดฟันใหม่ ๆ เรื่องนี้ยิ่งควรคุยกับทันตแพทย์จัดฟันก่อนเปลี่ยนรูปแบบเครื่องมือ
จุดที่ผมให้ความสำคัญมากคือ “การสบฟัน”
ผมเรียนต่อระดับปริญญาโทด้านทันตกรรมประดิษฐ์ และปัจจุบันมีประวัติการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในสาขาทันตกรรมประดิษฐ์ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของผม งานในสายนี้ทำให้ผมต้องสนใจทั้งเรื่องวัสดุ งานบูรณะ และการสบฟันค่อนข้างมาก
เพราะในความเป็นจริง Night Guard ไม่ใช่แค่ “แผ่นพลาสติกใสหนา ๆ”
เมื่อเอาวัตถุเข้าไปอยู่ระหว่างฟันบนและฟันล่าง เรากำลังเปลี่ยนตำแหน่งที่ฟันสัมผัสกัน
คำถามจึงไม่ใช่เพียง
“ใส่ได้พอดีไหม?”
แต่รวมถึง
“ตอนกัดลงไป ฟันสัมผัสกันตรงไหน?”
“มีจุดไหนรับแรงมากเกินไปหรือไม่?”
“เวลาขากรรไกรเลื่อนไปด้านข้าง เครื่องมือรบกวนการเคลื่อนหรือเปล่า?”
และสำหรับคนที่มีครอบฟัน วีเนียร์ ฟันปลอม หรือรากฟันเทียมอยู่แล้ว ผมจะยิ่งให้ความสำคัญกับการดูภาพรวมของการรับแรงมากขึ้น
Night Guard มีแบบนิ่ม แบบแข็ง และแบบผสม
Night Guard ไม่ได้มีแค่แบบเดียวครับ
ชนิดนิ่มมักใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่า จึงให้ความรู้สึกสบายเมื่อใส่ในบางคน แต่สามารถสึกหรือเปลี่ยนรูปได้ง่ายกว่าในผู้ที่มีแรงกัดมาก
ชนิดแข็ง เช่น rigid acrylic สามารถทำพื้นผิวการสบให้มีรูปแบบที่ควบคุมได้มากกว่า และทันตแพทย์สามารถปรับจุดสัมผัสได้
ยังมีชนิดที่ใช้วัสดุหลายชั้น โดยพยายามผสมความสบายบริเวณด้านที่สัมผัสกับฟันกับความแข็งแรงด้านที่รับแรง
แต่ผมไม่อยากให้เลือกจากคำว่า Soft, Hard หรือ Hybrid อย่างเดียว
เพราะวัสดุที่ดีสำหรับคนหนึ่งอาจไม่ได้เหมาะกับอีกคน สิ่งที่ควรเริ่มก่อนคือสภาพฟัน รูปแบบการสบฟัน ระดับการสึก และเป้าหมายของการใช้เครื่องมือ
ถ้าจัดฟันเสร็จแล้วและมี Bruxism ด้วย ต้องทำอย่างไร?
กรณีนี้ผมจะมองเป็น “สองโจทย์พร้อมกัน”
โจทย์แรกคือ ต้องรักษาตำแหน่งฟันหลังจัดฟัน
โจทย์ที่สองคือ ต้องจัดการผลกระทบจากแรงกัด
แผนที่เหมาะสมจึงอาจไม่ได้เหมือนกันทุกคน
ในบางกรณี ทันตแพทย์อาจวางแผนให้เครื่องมือในแต่ละขากรรไกรทำหน้าที่ต่างกัน หรือออกแบบเครื่องมือโดยคำนึงถึงทั้ง retention และ occlusion ร่วมกัน
แต่สิ่งที่ผมไม่แนะนำคือการซื้อหรือเลือกเครื่องมือจากชื่อผลิตภัณฑ์แล้วลองจัดระบบเอง เพราะการเพิ่มความหนาบนฟัน การครอบฟันไม่ครบ หรือการเกิดจุดสบที่ไม่เหมาะสม สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของระบบบดเคี้ยวได้
รีเทนเนอร์แตกบ่อย เป็นเพราะนอนกัดฟันเสมอไปไหม?
ไม่เสมอไปครับ
รีเทนเนอร์อาจเสียหายจากอายุวัสดุ ความร้อน การถอดใส่ผิดวิธี การทำความสะอาดที่ไม่เหมาะสม หรือรูปแบบของการใช้งานได้เช่นกัน
เพราะฉะนั้น การเห็นรีเทนเนอร์แตกเพียงอย่างเดียวไม่ใช่การวินิจฉัยว่า “คุณเป็น Bruxism”
แต่ถ้ามีหลายอย่างร่วมกัน เช่น รอยสึกบนฟัน รอยแตกบนเครื่องมือซ้ำตำแหน่งเดิม รู้สึกล้ากรามตอนตื่น หรือมีคนใกล้ตัวบอกว่าได้ยินเสียงกัดฟันตอนนอน ก็ควรนำข้อมูลทั้งหมดมาประเมินร่วมกัน
วิธีดูแล Night Guard และรีเทนเนอร์ใส
ทั้ง Night Guard และรีเทนเนอร์เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในช่องปากหลายชั่วโมง จึงควรดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
หลังถอดออกควรล้างด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ทำความสะอาดเบา ๆ ด้วยแปรงขนนุ่มและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเครื่องมือ จากนั้นปล่อยให้แห้งก่อนเก็บในกล่องที่ระบายอากาศได้
สิ่งที่ควรระวังคือ ความร้อน
วัสดุเทอร์โมพลาสติกหลายชนิดสามารถเสียรูปได้เมื่อโดนน้ำร้อนหรือความร้อนสูง หากเครื่องมือบิดตัวแล้วฝืนใส่ต่อ อาจทำให้การสัมผัสกับฟันเปลี่ยนไป
รวมถึงไม่ควรขัดแรงด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความ abrasive สูง เพราะสามารถสร้างรอยเล็ก ๆ บนพื้นผิวและทำให้คราบสะสมง่ายขึ้นได้
Night Guard ต้องเปลี่ยนทุกกี่ปี?
ผมไม่ชอบตอบคำถามนี้เป็น “เลขตายตัว” ครับ
เพราะอายุการใช้งานขึ้นกับทั้งวัสดุ ความหนา ระดับแรงกัด ความถี่ในการใช้งาน และการดูแล
สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนเดือนหรือจำนวนปี คือสภาพของเครื่องมือ
ถ้าเริ่มมีรอยแตก รูทะลุ เสียรูป หลวมขึ้น หรือใส่แล้วรู้สึกว่าการสบฟันเปลี่ยน ควรนำมาตรวจ
โดยเฉพาะกรณีที่เครื่องมือสึกจนเป็นหลุมตรงตำแหน่งเดิมมาก ๆ เพราะตรงนั้นคือข้อมูลของ “แรง” ที่อาจมีประโยชน์กับทันตแพทย์ในการวางแผนครั้งต่อไป
ถ้ามีอาการนอนกัดฟัน ควรเริ่มจากอะไร?
ผมแนะนำให้เริ่มจาก ตรวจ ไม่ใช่เริ่มจากซื้อ Night Guard
เพราะคำว่า “นอนกัดฟัน” อาจซ่อนปัจจัยหลายอย่างอยู่ และสิ่งที่ต้องประเมินไม่ใช่แค่ตัวฟัน แต่รวมถึงรอยสึก ชิ้นงานเก่า การสบฟัน กล้ามเนื้อบดเคี้ยว อาการบริเวณข้อต่อขากรรไกร ประวัติการจัดฟัน และรีเทนเนอร์ที่ใช้อยู่
NIDCR ก็แนะนำว่าอุปกรณ์ในช่องปากควรไม่ถูกออกแบบเพื่อทำให้การสบฟันเปลี่ยนไปอย่างถาวร และหากใส่แล้วมีอาการปวดควรหยุดใช้และกลับไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์
ถ้าเป็นคนไข้ของผม ผมอยากให้เอารีเทนเนอร์เก่ามาด้วย
ถ้าคุณเคยจัดฟันและกำลังสงสัยเรื่อง Night Guard ผมอยากเห็น รีเทนเนอร์ที่คุณใช้อยู่จริง
รอยสึก รอยแตก ตำแหน่งที่ทะลุ ความกระชับ และสภาพของวัสดุสามารถให้ข้อมูลมากกว่าการเล่าเพียงว่า “ผมนอนกัดฟันครับ”
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงมองว่า การทำ Night Guard ที่ดีควรเริ่มจาก Diagnosis + Treatment Planning ไม่ใช่เริ่มจากการเลือกว่าเอาพลาสติกชนิดไหน
หากต้องการให้หมอไกด์ช่วยประเมิน
ปัจจุบันผมดูแลคนไข้ร่วมกับทีมที่ คลินิกทันตกรรมพีเอสเค | PSK Dental Center ย่านประดิพัทธ์–สะพานควาย กรุงเทพฯ โดยเว็บไซต์คลินิกระบุว่ามีบริการทันตกรรมตั้งแต่ทันตกรรมทั่วไป จัดฟัน ทันตกรรมประดิษฐ์ ศัลยกรรมช่องปาก รักษารากฟัน ไปจนถึงรากฟันเทียม
ถ้าคุณมีปัญหา เช่น นอนกัดฟัน ฟันสึก รีเทนเนอร์แตกบ่อย มีครอบฟัน วีเนียร์ หรือรากฟันเทียม และอยากทราบว่าจำเป็นต้องใช้ Night Guard หรือไม่ ผมแนะนำให้นัดตรวจและนำเครื่องมือเดิมมาด้วยครับ
คลินิกทันตกรรมพีเอสเค | PSK Dental Center
ประดิพัทธ์ 16 ใกล้ BTS สะพานควาย กรุงเทพฯ
โทร. 064-691-6165
LINE Official: @pskdentalcenter
ข้อมูลการติดต่อและเวลาทำการทุกวัน 10.00–20.00 น. ตรงกับหน้า Contact ของคลินิก PSK Dental Center
อ่านข้อมูลจากคลินิกเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Night Guard และรีเทนเนอร์ใสได้ที่หน้า Night Guard vs Clear Retainer – PSK Dental Center และหากต้องการอ่านเรื่องรีเทนเนอร์โดยเฉพาะ สามารถเชื่อมต่อไปยังหน้าบริการรีเทนเนอร์ของ PSK เพื่อให้บทความของ mor-guide.com ทำหน้าที่เป็น Doctor Education → Clinic Evaluation แทนการพยายามขายตั้งแต่ต้นบทความ
คำถามที่พบบ่อย
Night Guard กับรีเทนเนอร์ใสเหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกันครับ รีเทนเนอร์ใสมีหน้าที่หลักในการช่วยคงตำแหน่งฟันหลังจัดฟัน ส่วน Night Guard ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการผลกระทบจากแรงกัดและปกป้องฟันหรือชิ้นงานทางทันตกรรม
นอนกัดฟัน ใส่รีเทนเนอร์ใสอย่างเดียวได้ไหม?
ไม่ควรถือว่ารีเทนเนอร์ทำหน้าที่แทน Night Guard ได้โดยอัตโนมัติ หากมีแรงกัดมากหรือรีเทนเนอร์สึก แตก หรือทะลุบ่อย ควรประเมินแรงกัดและการสบฟันเพิ่มเติม
Night Guard ทำให้นอนกัดฟันหายไหม?
ไม่ควรเข้าใจแบบนั้นครับ Night Guard มีบทบาทสำคัญเรื่องการปกป้องฟันจากผลกระทบทางกล แต่หลักฐานปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่า Occlusal Splint ทำให้ Bruxism หายหรือเหนือกว่าทุกแนวทางการรักษาในทุกคน
จัดฟันเสร็จแล้วนอนกัดฟัน ต้องใส่ทั้งรีเทนเนอร์และ Night Guard ไหม?
บางคนอาจต้องมีแผนที่ดูแลทั้งสองเป้าหมาย แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องมีเครื่องมือสองชิ้นเหมือนกัน ต้องประเมินตำแหน่งฟัน การสบฟัน รีเทนเนอร์เดิม และระดับแรงกัดเป็นรายบุคคล
Night Guard แบบนิ่มหรือแบบแข็งดีกว่า?
ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคนครับ การเลือกขึ้นอยู่กับแรงกัด การสบฟัน สภาพฟัน ชิ้นงานเดิม และวัตถุประสงค์ของการใช้เครื่องมือ
รีเทนเนอร์แตกบ่อย แปลว่านอนกัดฟันหรือไม่?
ไม่จำเป็นครับ มีหลายสาเหตุที่ทำให้รีเทนเนอร์เสียหาย แต่ถ้ามีรอยสึกของฟัน อาการล้ากราม หรือลักษณะการแตกซ้ำร่วมด้วย ก็ควรนำเครื่องมือมาประเมินกับทันตแพทย์
สรุปจากหมอไกด์
ถ้าจะให้จำบทความนี้เพียงเรื่องเดียว ผมอยากให้จำว่า
รีเทนเนอร์ใสกับ Night Guard “หน้าตาคล้ายกัน” แต่ถูกสร้างมาเพื่อจัดการคนละปัญหา
รีเทนเนอร์ดูแล ตำแหน่งฟัน
Night Guard ดูแล ผลกระทบจากแรงกัดและการสบฟัน
และถ้าคุณมีทั้งสองปัญหาพร้อมกัน เราไม่ควรถามว่า “จะเลือกอันไหนแทนอันไหน” แต่ควรถามว่า
“จะวางแผนอย่างไรให้ทั้งตำแหน่งฟันและระบบการสบฟันได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม?”
ตรงนี้เป็นสิ่งที่การตรวจจริงช่วยตอบได้ดีกว่าการเลือกเครื่องมือจากหน้าตาหรือชื่อผลิตภัณฑ์ครับ
— หมอไกด์ | ทพ.พงศกร อภิญสถานนท์

